ลอง Isuzu V-Cross Max 4×4 พิชิต 1,219 โค้ง สู่ดอยลอยฟ้า อุ้มผาง
อีซูซุ พาไปลองสมรรถนะของ “Isuzu V-Cross Max 4×4” ในสไตล์ออฟโรด ในเส้นทางสุดโหด พิชิต 1,219 โค้ง สู่แผ่นดินดอยลอยฟ้า อุ้มผาง ชมน้ำตกทีลอซู น้ำตกที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในประเทศไทย พิสูจน์สมรรถนะความแกร่งและความแรงของเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์
ทริปนี้ เริ่มสตาร์ทกันที่ “ร้านกระเพาะปลาริมเมย แอนด์ จิวเวอรี่” ลิ้มรสกระเพาะปลา และอาหารรสเด็ด ก่อนเดินทางไปรับรถที่โชว์รูมอีซูซุตากฮกอันตึ๊ง สาขาแม่สอด เพื่อสัมผัสสุดยอดแห่งประสบการณ์ลุยกับ “Isuzu V-Cross Max 4×4” สปอร์ตออฟโรด ที่มาพร้อมกับความแกร่ง ดุดันกับชุดแต่ง MAX 4×4
ดีไซน์ใหม่ เปลี่ยนทุกอุปสรรคให้เป็นความเร้าใจด้วย Bumper Garnish โทนเทาดำ ตัดรับกระจังหน้า พร้อม Engine Hood Garnish กันชนหน้าหรือ Front Bumper Guard ทูโทนดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยแบบทูโทน ขนาด 18 นิ้วสี Matt Black เท่สะดุดตา ไฟหน้าแบบ Bi-LED ให้พื้นที่ความสว่างมากขึ้นแต่ใช้พลังงานน้อยลง และไฟส่องสว่างกลางวัน Multifunctional Daylight แบบ Built-in ดีไซน์ใหม่ เป็นทั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวัน และไฟหรี่ในเวลากลางคืน กันชนท้ายสีเทาดำ พร้อมไฟท้ายแบบ LED รมดำ
ห้องโดยสารหรูหรา ยกระดับความสะดวกสบายใหม่ เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีทูโทน น้ำตาล-ดำ เดินด้ายสีส้มรอบตัวเบาะ พร้อมปักสัญลักษณ์ V-Cross ติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ระบบสัมผัสตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
ด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์ รุ่น 4JJ1–TCX ขนาด 3,000 ซีซี กำลังแรงม้า 177 แรงม้าที่ 3,600รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่1,800-2,800 รอบ/นาที ที่ให้กำลังแรงม้าและแรงบิดสูง ทำงานร่วมกับชุดส่งกำลังแบบเกียร์ออโตเมติก 6 จังหวะ ที่มีจังหวะการเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล พร้อมโหมดการขับขี่ ในแบบสปอร์ต Rev Tronic เพื่อสัมผัสประสบการณ์ลุยในแบบออฟโรด
เมื่อถึงแม่สอด สายฝนตกกระหน่ำลงมาต้อนรับเรา ยิ่งทำให้ได้พิสูจน์สมรรถนะของการขับขี่ ตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบไฟฟ้า Terrain Command พร้อมกับลองช่วงล่างแบบ i-Grip ที่ออกแบบพิเศษ ให้ระยะฐานล้อ และช่วงล้อกว้างสมดุลกับขนาดตัวรถ เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและการเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น
เรามุ่งหน้าสู่อำเภออุ้มผาง ซึ่งเป็นอำเภอชายแดนของจังหวัดตากที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม และเป็นจุดหมายปลายทางในครั้งนี้ รวมระยะทางทั้งสิ้น 164 กิโลเมตร กับ 1,219 โค้ง หลังจากผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวได้ครึ่งทาง ก่อนแวะพักที่พักอุ้มเปี้ยม เพื่อดื่มชากาแฟ พร้อมลิ้มรสซาลาเปาและขนมจีบร้อน ๆ คลายหนาว จากนั้นจึงเดินทางต่อ ในที่สุดคณะสื่อมวลชนจึงเดินทางถึงอำเภออุ้มผาง โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้นเกือบ 4 ชั่วโมง โดยแวะพักรับประทานอาหารเย็นกันที่ “ครัวป้าณี” ร้านอาหารเก่าแก่ของที่นี่ ก่อนเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ “ทีลอซู ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท” ในบรรยากาศสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติและอาหารอร่อย
ในวันที่ 2 ของการเดินทาง คณะสื่อมวลชนตื่นแต่เช้าตรู่ พร้อมออกเดินทางสู่ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เพื่อเข้าชม “น้ำตกทีลอซู” ไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาเยือนเมื่อมาเที่ยวอุ้มผาง สำหรับเส้นทางการเดินทางสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ นั้น ไม่ใช่เส้นทางที่ง่าย ๆ เลย เนื่องจากตลอดระยะทาง 26.5 กิโลเมตร เป็นทางดินขรุขระ สลับถนนปูน และลาดยาง มีแอ่งน้ำขัง และคดเคี้ยว แต่ด้วยสมรรถนะของ รถคันนี้ ทำให้เราขับผ่านได้ทุกอุปสรรค อย่างง่ายดาย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเดินทางถึงที่ทำการฯ
การเดินเท้าเข้าไปน้ำตกทีลอซูนั้นจะเป็นทางคอนกรีตทำเป็นขั้นบันไดไปเรื่อย ๆ ตลอดทาง ความยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในที่สุดเราก็ได้พบกับความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำตกทีลอซูที่สวยงามมากจนได้รับการยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศไทย มีความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม และเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของคณะสื่อมวลชนป็นอย่างมาก ในส่วนของคำว่า “ทีลอซู” นั้น เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า “น้ำตกดำ” มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อทอ ที่ไหลผ่านหน้าผาสูงชันลดหลั่นเป็นชั้นๆ เกิดเสียงดังกึกก้องท่ามกลางป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำไหลแรงตลอดปี และยังเป็นเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่กลองอีกด้วย ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร มีความสูงประมาณ 300 เมตร หลังจากชื่นชมความงดงามของน้ำตกทีลอซูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะสื่อมวลชนจึงได้เดินทางต่อไปยัง “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดหนองหลวง” เพื่อบริจาคเงิน 10,000 บาท เป็นทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ และชมความงามของโบสถ์ไม้สักทอง พร้อมไหว้พระขอพรที่วัดหนองหลวง ก่อนเดินทางกลับที่พัก เพื่อเตรียมตัวล่องเรือยาง เมื่อคณะสื่อมวลชนเปลี่ยนชุดเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว จึงออกเดินทางจากที่พัก เพื่อชมความงามของลำน้ำแม่กลอง พร้อมสนุกสนานผจญภัยไปกับสายน้ำ และธรรมชาติริมสองฟากฝั่งมีแต่ความเขียวขจีของพันธุ์ไม้นานาพรรณ เมื่อล่องแก่งมาสักพัก เราได้พบกับความสวยงามของน้ำตก “ทีลอจ่อ” หรือน้ำตกสายฝน ความโดดเด่นของน้ำตกทีลอจ่อ คือ ภาพความสวยงามของสายน้ำที่ไหลจากหน้าผาสูงชัน เมื่อหล่นลงมากระทบเข้ากับหิน ธารน้ำดังกล่าวก็แตกกระจายเป็นฝอย ดูคล้ายกับสายฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า และบางครั้งก็เกิดเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างรุ้งกินน้ำให้เราได้เห็นกัน แนะนำว่าถ้าอยากเห็นปรากฏการณ์สายรุ้งจะต้องไปแต่เช้าจะมีโอกาสได้เห็นมากที่สุด
วันสุดท้ายของการเดินทางโดยการขับรถ “Isuzu V-Cross Max 4×4” คันเดิมผ่านเส้นทางเดิม เพื่อพิชิต 1,219 โค้ง อีกครั้ง เพื่อมุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สอด โดยแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ “ร้านช่อม่วง” เป็นการปิดท้ายความประทับใจกับ “Isuzu V-Cross Max 4×4” ปิคอัพสปอร์ตออฟโรด ที่มีทั้งสมรรถนะ ความแกร่ง ดุดันและทรงพลัง สามารถขับไปเยือนแผ่นดินดอยลอยฟ้าอุ้มผางได้อย่างสบาย