NEW AVATR 11 ปรับโฉม 2026 อัพเกรดช่วงล่างใหม่ ทีเด็ดที่ต้องท้าให้ลอง
· 43,886 views
@Carinner พาไปลอง New AVATR 11 Next Level of Futuristic SUV รุ่นปรับโฉมปี 2026 ล่าสุดได้รับการอัพเกรดอุปกรณ์ พร้อมกับการตกแต่งเพิ่มเติม สำหรับตลาดในประเทศไทย พร้อม 2 รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด 1. ULTRA 2,299,000 บาท 2. ULTRA AWD 2,499,000 บาท New AVATR 11 ยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะที่ผสมผสานความเร้าใจระดับ Supercar เข้ากับความอเนกประสงค์ของรถ SUV อย่างลงตัว ภายใต้ปรัชญาการออกแบบ ‘Emotive Luxury’ โดยเน้นความโดดเด่นเหนือระดับ, ไม่ใช่ผู้ตาม แต่เป็นผู้นำในเรื่องการออกแบบให้ความลักชัวรีสามารถรู้สึกได้ ทำให้ New AVATR 11 ได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง Red Dot Award 2024 การันตีดีไซน์แห่งอนาคตที่สะท้อนความหรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูงมาพร้อม 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Ultra และ Ultra AWD The Next Level of Futuristic Design (ยกระดับการดีไซน์แห่งอนาคต) New AVATR 11 ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากแนวคิด ‘Emotive Luxury’ โดยผสานการออกแบบสัดส่วนตามสไตล์ Supercar และปรับให้เข้ากับความเอนกประสงค์ของ SUV ด้วยกระจังหน้าทรงปีก (Disc-Wing Front), ไฟหน้า LED F-shaped, และเส้นลายรอบตัวรถอันโดดเด่นเหนือระดับ ประกอบกับหลังคาพาโนรามาแบบแยกส่วนได้ และได้เพิ่มเติมชุดกระจังหน้าแบบสปอร์ต (Front-Face Sporty Bumper & Grille) พร้อมล้อขนาด 22 นิ้ว แบบ Spiral Wheel ที่มาพร้อมกับระบบเบรค Brembo สีเหลือง ระดับ supercar , อีกทั้งระบบประตูไฟฟ้าอัจริยะ (Soft Close & Automatic Doors) รวมถึงการออกแบบห้องโดยสารที่มี Emotional Vortex ที่เป็นศูนย์กลางแห่งสุนทรียภาพ ที่พร้อมเปลี่ยนอารมณ์ให้เป็นประสบการณ์ตลอดการเดินทาง สะท้อนให้เห็นการออกแบบแห่งอนาคตของรถยนต์รุ่นนี้ และด้วยการออกแบบแห่งอนาคตนี้เอง ทำให้ New AVATR 11 ได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบระดับโลกจาก Red Dot Award 2024 ภายในพบกับประสบการณ์ความหรูหราด้วยการออกแบบห้องโดยสารแบบ wraparound cockpit พร้อมกระจกห้องโดยสารด้านหลังแบบ Privacy และมอบความเงียบสงบสูงสุดด้วยแผงกั้นเสียง 22 จุด และหนังหุ้มรอบแผงประตูภายในถูกผสานการออกแบบเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง “พื้นที่เงียบขั้นสูง” ด้วยฉนวนกันเสียงระดับพรีเมียม พร้อมกับการออกแบบในสไตล์ Casual Luxury ด้วยหนัง Nappa แท้ทั้งคัน ที่มาเสริมทัพประสบการณ์ความหรูหราด้วยเบาะหลังที่มาพร้อมระบบระบายอากาศเพื่อความสบายสูงสุด เบาะ Zero Gravity มาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง และระบบนวดทุกที่นั่ง ทั้งหมด 5 แบบ ปรับระดับความแรงได้ 3 ระดับ เสริมประสบการณ์ความหรูหราระดับสูงด้วยความภาคภูมิใจจากอังกฤษผ่านระบบเสียงไฮเอนด์ Meridian จำนวน 25 ลำโพง ที่ให้มิติเสียงรอบทิศทางอย่างสมจริง พร้อมระบบสร้างเสียงจำลองเฉพาะบุคคลด้วย Active Sound System (ASE) และระบบเสียงแจ้งเตือนความเร็วต่ำอัจฉริยะ Acoustic Vehicle Alerting System (AVAS) เติมเต็มความหรูหราด้วย หลังคาพาโนรามา และ ไฟตกแต่งภายในแบบ Ambient Light 256 สี และระบบน้ำหอมในรถที่คัดสรรกลิ่นพิเศษถึง 3 แบบ สร้างบรรยากาศแห่งความหรูหราที่สัมผัสได้ทุกอณู New AVATR 11 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 116kWh จาก CATL และแพลตฟอร์มแรงดันสูง 800V รองรับระยะทางการขับขี่สูงสุด 680 กิโลเมตร (NEDC) ในรุ่น Ultra และ 630 กิโลเมตร (NEDC) ในรุ่น Ultra AWD พร้อมระบบชาร์จเร็วพิเศษ 30%-80% ภายใน 25 นาที ยกระดับการขับขี่แบบอัจริยที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสถานการณ์การขับขี่ที่พบบ่อย เช่น การขับขี่บนทางด่วน การขับขี่ในเมือง เช่น UDLC, LCC เป็นต้น ระบบจอดรถอัจฉริยะ (Auto Parking Assist), ระบบช่วยจอดอัตโนมัติจากระยะไกล (Remote Parking Assist), ระบบควบคุมรถระยะไกล (Remote Vehicle Control) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชันบางอย่างของรถได้ผ่านการสั่งงานระยะไกล รวมถึงเทคโนโลยีช่วงล่างขั้น Magnetorheological Suspension แบบเดียวกับที่ใช้ในซูเปอร์คาร์ ในทั้งรุ่น Ultra และ Ultra AWD ที่มีเซนเซอร์คอยตรวจจับสภาพถนนอย่างแม่นยำ และสามารถปรับแรงหน่วงสูงสุดถึง 10,000 นิวตัน ให้การซับแรงกระแทกและแรงบิดได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดอาการโคลงของตัวรถ เพิ่มเสถียรภาพในการทรงตัวและการยึดเกาะถนนขั้นสูงสุดไม่ว่าจะเจอหลุมหรือทางขรุขระที่ความเร็วไหน ระบบจะปรับระดับช่วงล่างให้เข้ากับถนนทันที ตอบสนองไวถึง 1,000 ครั้งต่อวินาที ด้วยเทคโนโลยีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ควบคุมของเหลวภายในโช้ค เพื่อการขับขี่ที่เหมาะกับสภาพถนนสูงสุด ทำให้รถนิ่งและทรงตัวได้นิ่งสนิทแทบจะเรียลไทม์ อีกทั้งสำหรับรุ่นขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive (Ultra AWD) สามารถวิ่งในความเร็ว 0-100 กิโลเมตร ได้ภายใน 4.8 วินาที และยกระดับความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ครอบคลุมโครงสร้างตัวถัง แบตเตอรี่ และสุขภาพภายในห้องโดยสารด้วยระบบปรับอากาศและคัดกรอง PM2.5 ข้อมูลทางเทคนิค ยาวx กว้างx สูง(มม.) : 4,880 x 1,970 x 1,601 ฐานล้อ (มม.) : 2,975 ระยะห่างจากพื้น (มม.) : 170 ล้ออัลลอยด์ ขนาด 22นิ้ว แบบ Spiral ยางขนาด : 265/40 R22 จำนวนที่นั่ง 5 น้ำหนัก : 2,260 กก.(Ultra) และ 2,425 กก.(Ultra AWD) มอเตอร์ขับเคลื่อน มอเตอร์หน้า แบบ Asynchronous AC มอเตอร์หลัง Permanent Magnet Synchronous กำลังสูงสุด (kW/PS) : 230 กิโลวัตต์ หรือ 313 แรงม้า (Ultra) และในรุ่น (Ultra AWD) 395 กิโลวัตต์ หรือ 537 แรงม้า แรงบิด (N-m) : 350 นิวตัน-เมตร (Ultra) และ 641 นิวตัน-เมตร ในรุ่น (Ultra AWD) ระยะทางไฟฟ้า : (Ultra) 680 กม. (NEDC) และ 630 กม. (Ultra AWD) อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 6.9 วินาที(Ultra) และ 4.8 สำหรับรุ่น (Ultra AWD) ความจุแบตเตอรี่ 116.79 (kWh) ระบบเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหน้า (Ultra) ขับเคลื่อน 4 ล้อ (Ultra 4WD) ประเภทแบตเตอรี่ :Ternary Lithium (NCM) ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. ความสามารถในการชาร์จ 30%-80% ใน 25 นาที กำลังชาร์จ AC สูงสุด 11 กิโลวัตต์ กำลังชาร์จ DC สูงสุด 240 กิโลวัตต์ #AVATR_LevelUpTheLuxuryTrip #NEWAVATR11 #AVATR #AVATRTHAILAND